วันจันทร์ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2554

พบดาวดวงใหม่

พบดาวดวงใหม่ ลักษณะคล้ายกับโลก

พบดาวดวงใหม่ ลักษณะคล้ายกับโลก



เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูล

        เมื่อวันที่ 29 กันยายนที่ผ่านมา สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า บรรดานักดาราศาสตร์ได้เผยการค้นพบดาวเคราะห์ดวงใหม่ ที่มีขนาดและลักษณะคล้ายกับโลกมากที่สุดเท่าที่เคยค้นพบมา และมีสภาพแวดล้อมเหมาะสมกับการอยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิต
        โดยนักดาราศาสตร์ได้อธิบายเกี่ยวกับรายละเอียดของดาวดวงดังกล่าวว่า นักดาราศาสตร์ได้ค้นพบและจับตาดูการเคลื่อนไหวของดาวดวงหนึ่งชื่อ กลีส 581 จี (Gliese 581g) ที่โคจรรอบดาวฤกษ์สีแดงที่เรียกว่า กลีส 581 (Gliese 581) ที่อยู่ห่างจากโลกประมาณ 20 ปีแสง หรือ 190 ล้านล้านกิโลเมตร ซึ่งดาวกลีส 581 จี ดวงนี้อยู่ในอวกาศเขตโกลดิล็อกส์โซน (Goldilocks zone) ซึ่งเป็นเขตที่มีอุณหภูมิไม่ร้อนและไม่เย็นเกินไป คืออุณหภูมิในชั้นบรรยากาศอยู่ระหว่าง -31 ถึง -12 องศาเซลเซียส และด้วยความที่มันหมุนรอบตัวเองช้ามาก ทำให้พื้นผิวมันมีอุณหภูมิที่แตกต่างกัน คือประมาณ 70 องศาเซลเซียสสำหรับด้านที่หันเข้าหาดวงอาทิตย์ของมัน และประมาณ -4 องศาเซลเซียสสำหรับด้านที่หันออกจากดวงอาทิตย์ของมัน ซึ่งถือว่าเป็นอุณหภูมิที่ใกล้เคียงกับอุณหภูมิบนโลกมากที่สุด และสิ่งมีชีวิตสามารถอยู่ได้
        สำหรับขนาดของมัน จะใหญ่กว่าโลกเล็กน้อย และอยู่ใกล้ดวงอาทิตย์มากกว่าโลก โดย กลีส 581 จี  อยู่ใกล้ดวงอาทิตย์ของมันเพียง 22.5 ล้านกิโลเมตรเท่านั้น ขณะที่โลกเราห่างดวงอาทิตย์ของเราถึง 150 ล้านกิโลเมตร ซึ่งนั่นส่งผลให้ กลีส 581 จี ใช้เวลาโคจรรอบดวงอาทิตย์เพียง 37 วันเท่านั้น ขณะที่โลกใช้เวลาโคจรรอบดวงอาทิตย์ถึง 1 ปี

        ทั้งนี้ นักดาราศาสตร์ยังเปิดเผยอีกว่า นี่เป็นการค้นพบดาวดวงใหม่ที่แตกต่างจากทุก ๆ ครั้ง เพราะตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา นักดาราศาสตร์ค้นพบดาวดวงใหม่มาแล้วมากกว่า 400 ดวง ซึ่งแต่ละดวงก็มีลักษณะเหมือนกับดาวพฤหัส คือเป็นดาวที่รวมตัวกันจากแก๊สขนาดยักษ์ ซึ่งสิ่งมีชีวิตอยู่ไม่ได้อย่างแน่นอน การค้นพบ กลีส 581 จี จึงถือว่าเป็นการค้นพบที่น่ายินดี เพราะมันมีลักษณะใกล้เคียงกับโลกมากเลยจริง ๆ

ระบบสุริยะจักรวาล

ระบบสุริยะ

ภาพแสดงดาวเคราะห์และดาวเคราะห์แคระในระบบสุริยะ โดยย่อขนาดของดาวตามอัตราส่วนจริง แต่ระยะห่างระหว่างดาวไม่ใช่อัตราส่วนจริง

ระบบสุริยะ (อังกฤษ: Solar System) ประกอบด้วยดวงอาทิตย์และวัตถุอื่นๆ ที่โคจรรอบดวงอาทิตย์เนื่องจากแรงโน้มถ่วง ได้แก่ ดาวเคราะห์ 8 ดวงกับดวงจันทร์บริวารที่ค้นพบแล้ว 166 ดวง[1] ดาวเคราะห์แคระ 5 ดวงกับดวงจันทร์บริวารที่ค้นพบแล้ว 4 ดวง กับวัตถุขนาดเล็กอื่นๆ อีกนับล้านชิ้น ซึ่งรวมถึง ดาวเคราะห์น้อย วัตถุในแถบไคเปอร์ ดาวหาง สะเก็ดดาว และฝุ่นระหว่างดาวเคราะห์
โดยทั่วไปแล้วจะแบ่งย่านต่างๆ ของระบบสุริยะ นับจากดวงอาทิตย์ออกมาดังนี้คือ ดาวเคราะห์ชั้นในจำนวน 4 ดวง แถบดาวเคราะห์น้อย ดาวเคราะห์ขนาดใหญ่รอบนอกจำนวน 4 ดวง และแถบไคเปอร์ซึ่งประกอบด้วยวัตถุที่เย็นจัดเป็นน้ำแข็ง พ้นจากแถบไคเปอร์ออกไปเป็นเขตแถบจานกระจาย ขอบเขตเฮลิโอพอส (เขตแดนตามทฤษฎีที่ซึ่งลมสุริยะสิ้นกำลังลงเนื่องจากมวลสารระหว่างดวงดาว) และพ้นไปจากนั้นคือย่านของเมฆออร์ต
กระแสพลาสมาที่ไหลออกจากดวงอาทิตย์ (หรือลมสุริยะ) จะแผ่ตัวไปทั่วระบบสุริยะ สร้างโพรงขนาดใหญ่ขึ้นในสสารระหว่างดาวเรียกกันว่า เฮลิโอสเฟียร์ ซึ่งขยายออกไปจากใจกลางของแถบจานกระจาย
ดาวเคราะห์ชั้นเอกทั้ง 8 ดวงในระบบสุริยะ เรียงลำดับจากใกล้ดวงอาทิตย์ที่สุดออกไป มีดังนี้คือ ดาวพุธ ดาวศุกร์ โลก ดาวอังคาร ดาวพฤหัสบดี ดาวเสาร์ ดาวยูเรนัส และดาวเนปจูน
นับถึงกลางปี ค.ศ. 2008 วัตถุขนาดย่อมกว่าดาวเคราะห์จำนวน 5 ดวง ได้รับการจัดระดับให้เป็นดาวเคราะห์แคระ ได้แก่ ซีรีสในแถบดาวเคราะห์น้อย กับวัตถุอีก 4 ดวงที่โคจรรอบดวงอาทิตย์อยู่ในย่านพ้นดาวเนปจูน คือ ดาวพลูโต (ซึ่งเดิมเคยถูกจัดระดับไว้เป็นดาวเคราะห์) เฮาเมอา มาคีมาคี และ อีรีส
มีดาวเคราะห์ 6 ดวงและดาวเคราะห์แคระ 3 ดวงที่มีดาวบริวารโคจรอยู่รอบๆ เราเรียกดาวบริวารเหล่านี้ว่า "ดวงจันทร์" ตามอย่างดวงจันทร์ของโลก นอกจากนี้ดาวเคราะห์ชั้นนอกยังมีวงแหวนดาวเคราะห์อยู่รอบตัวอันประกอบด้วยเศษฝุ่นและอนุภาคขนาดเล็ก
สำหรับคำว่า ระบบดาวเคราะห์ ใช้เมื่อกล่าวถึงระบบดาวโดยทั่วไปที่มีวัตถุต่างๆ โคจรรอบดาวฤกษ์ คำว่า "ระบบสุริยะ" ควรใช้เฉพาะกับระบบดาวเคราะห์ที่มีโลกเป็นสมาชิก และไม่ควรเรียกว่า "ระบบสุริยจักรวาล" อย่างที่เรียกกันติดปาก เนื่องจากไม่เกี่ยวข้องกับคำว่า "จักรวาล" ตามนัยที่ใช้ในปัจจุบัน